Wednesday, April 16, 2008

Twitter: What are you doing??

Twitter คือ อะไร?

Twitter เป็นบริการ social networking รูปแบบหนึ่ง (ทำนองเดียวกับ Hi5, Multiply และ Facebook) แต่มีจุดเด่นที่การสื่อสารผ่านทางข้อความสั้น (ไม่เกิน 140 ตัวอักษร) หรือที่เรียกว่า microblogging โดยเป็นการบอกเล่าว่า "What are you doing?"

ลองดูวิดีโอข้างล่างนี เข้าใจง่ายดีครับ



จุดเด่นของ Twitter?

Twitter มีช่องทางการสื่อสารให้เลือกหลายช่องทาง (web, email, SMS ผ่านทางมือถือ, instant messaging:GTalk, Jabber) ซึ่งสามารถส่งตรงถึงผู้รับได้ตามช่องทางที่กำหนด จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายแบบ เช่น รายงานข่าว ผลบอล sms บนมือถือ การแจ้งข่าว

ทำไมไม่ใช้ email หรือ group email ที่มีอยู่แล้ว?

ข้อจำกัดของ email คีอ ผู้รับต้องมาเปิด email ซึ่งความถี่ในการใช้งานขึ้นอยู่กับแต่ละคน ในบางสถานการณ์ การใช้ email อาจจะได้ผลน้อย เช่น
  • เย็นนี้จะไปกินอาหารญี่ปุ่น ใครจะไปบ้าง
  • บ่ายนี้เลื่อน conference เป็น 12.30 น. มีข้าวเลี้ยง
  • ER ยุ่งมาก ต้องการความช่วยเหลือลงเวรขาย 8-12 น.
  • เงินค่าเวรออกแล้ว
  • ข้อความบ่นอื่นๆ ที่ไม่ใหญ่พอจะตั้งเป็นหัวข้อ email ได้

เริ่มต้นใช้ Twitter
  • ไปสมัครได้ที่ http://www.twitter.com
  • ตั้งชื่อ account ตามต้องการ ใส่ email address

เปิดรับ SMS
  • login
  • ไปที่เมนู Settings -> Devices
  • ใส่เบอร์โทร พร้อมรหัสประเทศ เช่น 081 234 5678 ใส่เป็น +66812345678 จะได้รหัสมาชุดหนึ่ง
  • ใช้โทรศัพท์ ส่งรหัสที่ได้ ไปเบอร์ที่ให้ +447...
  • จะได้รับ sms ตอบกลับว่าใช้งานได้แล้ว

การ follow

ก็คือ การรับข้อความ เราอยากรับข้อความจากใครก็ไป follow คนนั้น ถ้าใครจะรับข้อความเขาก็ต้องมา follow เรา

การส่งข้อความ (Tweet)
  • พิมพ์ข้อความลงไปในกล่องกด update จะไปปรากฏใน public timeline (ทุกคนมองเห็น และจะได้รับข้อความ ถ้า follow เรา)
  • direct message คือการส่งข้อความเฉพาะบุคคล ไม่ปรากฏใน public timeline คนอื่นมองไม่เห็น ถ้าคนรับ ตั้ง device update เป็น on ก็จะได้ sms สรุปคือ ส่ง sms ไม่เสียเงิน ทำได้โดย ส่ง d <เว้นวรรค> ชื่อ <เว้นวรรค> ข้อความ
  • @replies เป็นการกำหนดข้อความถึงคู่สนทนา แต่ยังปรากฏใน public timeline ทำให้คนที่ follow เรา แต่ไม่ได้ follow คู่สนทนาของเรา ไม่ได้รับข้อความ
ยังมีการประยุกต์ใช้ Twitter ในหลากหลายรูปแบบด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการพ่วงกับ RSS, feedburner, การายงานข่าว, การเขียนบันทึก ทำให้การใช้งานกว้างขวางออกไปอีกมากครับ

Monday, April 14, 2008

E-mail และ Text messages: ลด IQ มากกว่าสูบกัญชา

นักจิตวิทยา จาก University of London รายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้งาน text messaging และ email ที่มีผลต่อ IQ (สนับสนุนโดย Hewlett Packard) โดยแสดงผลของภาวะ Infomania หรือการหมกมุ่นอยู่กับการส่งข้อความผ่านทางช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ (Electronics Messaging) ซึ่งมีสิ่งที่ทำให้วอกแวกเข้ามาตลอด กลายเป็นปัญหาสำคัญของคนทำงาน โดยเฉพาะผู้ชาย สมองจึงถูกกำหนดให้เตรียมพร้อมรับหลากหลายเรื่อง ตลอดเวลา (always on) แต่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับทางที่อยู่ตรงหน้าลดลง เป็นเหตุให้ IQ ลดลงแบบชั่วคราว

โดยการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรก มีผู้เข้าร่วมการทดสอบ IQ 80 คน ซึ่งผู้วิจัยพบว่า มีการลดลงของ IQ โดยเฉลี่ยประมาณ 10 จุด (มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับการสูบกัญชา ซึ่งลดลงประมาณ 4 จุด ในขณะที่การอดนอนก็ทำให้ IQ ลดลง 10 จุด) ในส่วนที่ 2 เป็นการตอบแบบสอบถาม ซึ่งพบว่า 62% มีการ”เสพติด”การเช็คข้อความ และ e-mail ที่เกี่ยวข้องกับงาน แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือในวันหยุด ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ยอมรับว่า ต้องตอบข้อความนั้น ๆ ทันที และ 1 ใน 5 จะหยุดการพบปะ หรือการประชุมเพื่อตอบข้อความ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม

ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ให้คำแนะนำแก่องค์กรที่มอบหมาย handheld communication device ให้แก่พนักงานว่า ควรกำหนด “แนวทางการใช้งาน” ให้แก่ผู้ใช้ เพื่อป้องกันการเปิดภาวะ online 24 ชั่วโมง

ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่ทำให้เราติดต่อกันได้เร็วและง่ายขึ้นเสียด้วย ว่าแต่เจ้า Twitter นี่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีเลยหรือเปล่าครับ?

ทีมา: Why texting harms your IQ - Times Online

Friday, April 11, 2008

เพิ่ม battery icon บน Today page แบบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

ได้มีโอกาส upgrade เป็น Windows Mobile 6.1 บนเจ้า Dopod 818 Pro ตัวเก่า โดยใช้
WM6.1Prophet ShadoW 2.0 CE - xda-developers Pocket PC ตัวเก่าก็ได้ OS ตัวใหม่แบบไม่มีปัญหาเลยครับ แต่ติดอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ไม่มี battery icon ให้เห็นชัด ๆ อยู่ตรงไหนเลย ก็เลยพยายามจะหาโปรแกรมที่จะแสดงระดับแบตเตอรี่บนหน้าจอได้สะดวก ๆ

ก็พบว่าที่จริงแล้ว ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มครับ เพราะเจ้า \Windows\powertray.exe ติดมาอยู่ใน rom อยู่แล้ว ก็เพียงแต่ run ก็จะได้ battery tray icon บน Today page แล้วครับ ถ้าต้องการให้เปิดโปรแกรมทุกครั้งที่ reboot ก็เพียงแต่สร้าง shortcut เอาไว้ที่ \Windows\Startup เท่านั้นเองครับ

ที่มา:
Battery Tray Icon [Archive] - xda-developers

Wednesday, April 09, 2008

ฤทธิ์ยาแก้ปวด: ยิ่งแพงยิ่งหายปวด

ในท้องตลาดเรามักจะเห็นยาแก้ปวดหลากหลายชนิด มีราคาต่างกันออกไปตามความเก่าใหม่ของยา ส่วนใหญ่ยาที่ออกมาใหม่ ๆ มักมีราคาแพงกว่ายาที่ใช้มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งบริษัทยาก็โฆษณาว่า ยาตัวใหม่สามารถแก้ปวดได้ดีกว่ายาตัวเก่าเสมอ

ในวารสาร Journal of The American Medical Association ฉบับวันที่ 5 มีนาคม 2008 ได้ตีพิมพ์การศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์การแก้ปวดกับราคายาที่คนไข้รับรู้ โดยทำการศึกษาในคนปกติ 82 คน โดยครึ่งหนึ่งให้กินยาหลอกที่ไม่มีผลใด ๆ ต่อการลดอาการปวด (Placebo = เม็ดแป้งธรรมดา) โดยได้รับข้อมูลว่าเป็นยาแก้ปวดขนานใหม่ที่มีราคา $2.50 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ให้กินยาหลอกตัวเดียวกัน แต่บอกว่า ยาถูกลดราคาลงมาเหลือ $0.10 แล้วนำกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มไปทดสอบให้คะแนนระดับความเจ็บปวด (visual analog scale) ตั้งแต่ 0 (ไม่ปวดเลย)-100 (ปวดมากที่สุด) โดยการช็อตด้วยไฟฟ้าในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทนไม่ได้

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับรู้ว่ายาแก้ปวดมีราคา $2.50 สามารถลดระดับความเจ็บปวดหลังจากกินยาได้ 85.4% ในขณะที่กลุ่มที่รับรู้ว่ายามีราคา $0.10 ลดระดับความเจ็บปวดลงได้เพียง 61%

การวิจัยนี้ผู้วิจัยก็เลยสรุปผลว่า การรักษาความเจ็บปวดนั้นจะได้ผลดีหรือไม่ส่วนนึงขึ้นอยู่กับความคาดหวังของ คนไข้ ซึ่งก็เป็นไปตามความเชื่อที่ว่ายาที่แพงกว่าจะมีฤทธิ์แก้ปวดที่ดีกว่า ทำให้เรามีแนวโน้มจะหันไปหายาแพง ๆ ที่ออกมาใหม่ ๆ มาใช้รักษาอาการปวด และบริษัทผู้ผลิตยาก็สามารถขายยาใหม่ได้เรื่อย ๆ ในราคาที่สูงกว่ายาเก่า

ที่มา:
Commercial Features of Placebo and Therapeutic Efficacy Rebecca L. Waber; Baba Shiv; Ziv Carmon; Dan Ariely JAMA. 2008;299(9):1016-1017.
จาก Journal of The American Medical Association


Sunday, April 06, 2008

QWERTY vs Dvorak keyboard layout


เคยสงสัยกันบ้างไหมครับ ว่า Keyboard layout ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมถึงต้องมีการเรียงตัวอักษรบนแป้น keyboard แบบนี้ด้วย?

ที่จริงแล้ว keyboard layout ภาษาอังกฤษ ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หรือที่รู้จักกันในชื่อ QWERTY นั่นถือกำเนิดขึ้นในทศวรรษที่ 1860s โดยนักประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า Christopher Scholes ผู้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีด (typewriter) ขึ้นเป็นคนแรก โดยในการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแรก ๆ นั้น แป้นพิมพ์ถูกเรียงตามลำดับของตัวอักษร ระบบการทำงานของเครื่องพิมพ์ดีดยุคแรกนั้น เมื่อผู้ใช้ทำการกดแป้นพิมพ์เครื่องก็จะดีดแท่นโลหะเข้าไปกระทบกับกระดาษเกิดเป็นตัวอักษรขึ้นมา การเรียงแป้นพิมพ์แบบนี้จึงมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาในกรณีที่คนพิมพ์ กดแป้นพิมพ์ตัวอักษรที่อยู่ใกล้กันในช่วงเวลาที่ติด ๆ กัน แถบโลหะของแป้นพิมพ์ที่ถูกกดก่อน ยังไม่กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมก็จะไปขัดกับแถบโลหะของแป้นพิมพ์ใหม่ที่ถูกกด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้ใช้ต้องหยุดพิมพ์เพื่อเอาแถบโลหะที่ขัดกันอยู่กันออกด้วยตัวเอง

คุณ Christopher Scholes และทีม จึงได้ทำการออกแบบแป้นพิมพ์รุ่นใหม่ขึ้นมา โดยอิงอยูบนพื้นฐานที่ว่าเอาแป้นที่มีโอกาสจะถูกพิมพ์ในช่วงใกล้ ๆ กันให้ออกไปห่างจากกัน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดการพันกันของแท่นโลหะในระหว่างการพิมพ์ โดยอาศัยความรู้สึกของผู้ออกแบบเป็นหลัก ไม่รู้จะเรียกว่าโชคร้ายได้หรือเปล่า ที่วิธีการเลือกว่าแป้นพิมพ์อันไหนควรจะอยู่ทางด้านซ้ายหรือด้านขวาของคนพิมพ์นั้น ไม่ได้อยู่ในพื้นฐานของการออกแบบ QWERTY keyboard layout นี้เลยครับ ส่วนทำไมแป้นพิมพ์แถวบนสุดถึงต้องเป็น QWERTYUIOP น่ะหรือครับ? ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ตัวพิมพ์แถวบนแถวเดียว สามารถพิมพ์เป็นคำว่า 'typewriter' ได้นั่นเอง! ส่วนตัวพิมพ์ในแถวกลางหรือคีย์เหย้า (home key: ASDFGHJKL) ทั้งหลาย ก็เกิดจากส่วนที่เหลือของการหยิบตัวอักษรไปใส่ไว้ในแถวแรกครับ

keyboard layout แบบ QWERTY จึงถือกำเนิดขึ้นในที่สุด ซึ่งสิทธิบัตรของ QWERTY keyboard layout นี้ก็ถูกซื้อไปโดย Remington บริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีด ยักษ์ใหญ่ (บริษัทเดียวกับที่ผลิตปืนขายนั่นล่ะครับ)

ดังนั้นเราพอจะสรุปได้ว่า QWERTY keyboard layout แท้ที่จริงแล้ว มีต้นกำเนิดมาจากการตอบสนองแต่ปัญหาทางด้านกลไลของเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกนั่นเอง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผมเล่าให้ฟังนี้เราคงไม่ค่อยพบเห็นกันแล้วในปัจจุบันครับ เนื่องจากแป้นพิมพ์ที่เราใช้กันอยู่เป็นแป้นพิมพ์สำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่มีระบบการทำงานของแป้นโลหะเหลืออีกต่อไปแล้ว

ทีนี้เรามาว่าในรายละเอียดของเจ้า QWERTY layout นี้ว่ามันยังออกแบบได้ไม่สมบูรณ์อย่างไร

เนื่องจากคนที่ออกแบบ QWERTY นี้ใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก และไม่ได้คำนึงถึงการใช้มือสองข้างในการพิมพ์มากนัก ทำให้เราไม่สามารถใช้วิธีการพิมพ์สัมผัสแบบใช้ 2 มือได้อย่างเต็มที่ เพราะกลายเป็นว่าคำในภาษาอังกฤษ นับพัน ๆ คำจะถูกพิมพ์โดยใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียว ในขณะที่มีเพียงไม่กี่ร้อยคำเท่านั้น ที่จะถูกพิมพ์ด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว ทำให้ผู้ใช้ที่ถนัดขวา จะต้องใช้มือข้างที่ไม่ถนัดในการพิมพ์คำเหล่านี้ ยังไม่นับรวมถึง คำที่ใช้สองมือพิมพ์ แต่ตัวอักษรที่ประกอบติดกันอยู่ภายในคำนั้น ๆ ถูกพิมพ์โดยมือข้างใดข้างหนึ่งติดกันหลาย ๆ ตัว (เช่นคำว่า team เป็น ซ้าย ซ้าย ซ้าย ขวา) ส่งผลให้ความเร็วในการพิมพ์นั้นลดลง

ทีนี้ ความเร็วที่ว่าลดลงนั้น ลดลงแค่ไหน? ทดลองดูง่าย ๆ โดยใช้นิ้วชี้ของมือใดมือหนึ่งของคุณเคาะลงบนโต๊ะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วลองเทียบกับ การใช้นิ้วชี้ของมือทั้งสองข้างเคาะสลับกันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ดูสิครับ

ปัญหาการพิมพ์นี้ถูกค้นพบในเวลาต่อมา ในปี ค.ศ. 1930 โดยนักจิตวิทยาการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ชื่อ Dr. August Dvorak ที่ทำการศึกษาภาวะเมื่อยล้าของผู้ที่ใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นเวลานาน ๆ หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า (ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องการพันกันของแท่นโลหะอีกต่อไป) เริ่มมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น

Dr. Dvorak จึงมีความคิดที่จะพัฒนา keyboard layout แบบใหม่ โดยมีหลักการเพื่อให้สามารถใช้ มือสองข้างสลับกันพิมพ์ตัวอักษรให้ได้มากที่สุด ใช้มือขวามากกว่ามือซ้าย ตัวอักษรที่พิมพ์บ่อย อยู่ใกล้แป้นเหย้ามากที่สุด ใช้ประโยชน์จากนิ้วที่แข็งแรงกว่าให้มากกว่า รวมไปถึงลักษณะการพิมพ์ที่เร็วกว่าโดยการใช้การกดแป้นไล่เรียงมาจาก ด้านนอกเข้าสู่ด้านใน (inboard stroke flow) ซึ่งในที่สุดจากการศึกษาทางด้านคำศัพท์และการพิมพ์มาอย่างโชกโชน Dvorak keyboard layout ก็ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1932

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่แม้ว่าจะมีหลักฐาน เหตุผลของการพัฒนา keyboard layout แบบใหม่นี้ขึ้นมาสนับสนุน แต่ในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนั้น ก็ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่า การใช้ Dvorak layout นี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการพิมพ์ได้มากขึ้นจริง ๆ ประกอบกับสไตล์การพิมพ์สัมผัสของ QWERTY layout นี้ก็มีกลุ่มผู้ใช้อยู่อย่างหนาแน่น โรงเรียนสอนการพิมพ์ดีดทั้งหลาย ก็เปิดสอนเทคนิคการพิมพ์สัมผัสบน QWERTY keyboard อย่างแพร่หลาย บริษัทผู้ผลิตก็ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดที่ใช้ QWERTY layout ออกมาจนติดตลาดไปทุกหนทุกแห่ง ท่ามกลางกระแสของ demand-supply ที่เกิดขึ้น ทำให้พื้นที่ที่ Dvorak keyboard นี้จะแจ้งเกิดเป็นไปได้อย่างจำกัด และก็ไม่สามารถทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลายได้ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และพื้นฐานของการใช้งาน QWERTY layout ก็ส่งอิทธิพลไปถึงการใช้งานคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ด้วย ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็คือ keyboard shortcut สำหรับฟังก์ชัน Edit ที่ใช้กัน นั่นก็คือ Cut (Ctrl-x), Copy (Ctrl-C) และ Paste (Ctrl-v) ซึ่งทั้งสามแป้นนี้อยู่ติดกันบน QWERTY แต่อยู่ห่างจากกันใน Dvorak

อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับ Dvorak keyboard layout นี้ และไม่ลังเลที่จะนำมันมาใช้งาน ทำให้ในปัจจุบัน Dvorak layout ยังคงอยู่ในกลุ่มผู้ใช้เล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง ณ วันนี้ ข้อสงสัยเรื่องของประสิทธิภาพถูกพิสูจน์ในที่สุด เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่แพร่หลาย จึงได้มีการนำเอาประสิทธิภาพของ keyboard layout ทั้งสองอันนี้มาเปรียบเทียบกัน โดยจำลองสถานการณ์การพิมพ์ดีด และวัดผลในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เปรียบเทียบการใช้มือซ้ายเทียบกับมือขวา จำนวนตัวอักษรที่ติดกันที่ถูกพิมพ์ด้วยมือข้างเดียวกัน การกระโดดขึ้นกระโดดลงของนิ้วมือ ระยะทางที่นิ้วมือต้องเคลื่อนที่ออกจากคีย์เหย้า ซึ่งก็พบว่า Dvorak keyboard มีประสิทธิภาพดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบตามกติกานี้ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจเปลี่ยนมาใช้ Dvorak keyboard สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
DvZine.org มีสื่ออธิบายความเป็นมา รวมทั้งแบบฝึกหัดการพิมพ์ Dvorak
Wikipedia: Dvorak Simplified Keyboard

วิธีการเปลี่ยน keyboard layout บน OS ต่าง ๆ

เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ layout ต่าง ๆ
QWERTY layout VS Dvorak layout
โดยใช้บทประพันธ์ของเช็คสเปียร์
http://www.siteuri.ro/dvorak/SampleTextsResults/Shakespeare.html

ที่มา

Monday, March 31, 2008

GreaseMonkey: Google Pagerization

เวลาที่เรา search หาอะไรใน Google แต่ละที จะพบว่า มันแสดงผลการค้นหาให้ทีละ 10 อันดับ หลังจากเราก็ต้องกด next เพื่อให้แสดงผลการค้นในหน้าถัดไปใช่ไหมครับ

ใน Mozilla Firefox มี extension อยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า GreaseMonkey ซึ่งจะทำหน้าที่ใส่ javascript ลงไปในหน้าเวบ url ที่เรากำหนด ซึ่งก็มี extension ตัวหนึ่งชื่อว่า Google Pagerization ทำหน้าที่ คอยตรวจดูว่า เรา scroll ผลการค้นหาของ Google ลงมาถึงไหนแล้ว ถ้าลงมาเกินครึ่งหน้าก็จะทำการ download ผลการค้นหาในหน้าถัดไปมารอไว้ โดยผู้ใช้สามารถ scroll ต่อเนื่องลงมา โดยไม่จำเป็นต้อง click link เพื่อไปยังผลการค้นหาในหน้าถัดไปแต่อย่างใดครับ ทำให้การใช้งาน Google สะดวกขึ้นอีกมากเลยครับ


วิธีการทำ:
  • เปิด Mozilla Firefox
  • ไป download GreaseMonkey จาก https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/748
  • หลังจาก install GreaseMonkey เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นหน้าลิงเล็ก ๆ อยู่ทางมุมล่างขวา
  • ไป download Pagerization script จาก http://userscripts.org/scripts/show/7623 กด Install this script
  • เป็นอันเสร็จพิธี ที่เหลือก็ไป search ที่ Google ได้เลยครับ

Wednesday, March 19, 2008

ไว้อาลัยแด่ Arthur C. Clarke

วันนี้กลับมาเปิดข่าวอ่านตามปกติ แล้วก็พบกับข่าว Arthur C. Clarke นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ระดับตำนาน เสียชีวิตด้วยวัย 90 ปี เท่าที่อ่าน ข่าวไม่ได้บอกรายละเอียดสาเหตุของการเสียชีวิตครับ

ผมติดตามผลงานของ Arthur C. Clarke มาตั้งแต่เรียนอยู่มัธยม จำได้ว่าซื้อหนังสือชุด Space Odyssey ที่สำนักพิมพ์ดอกหญ้าพิมพ์ออกมาทั้ง 4 เล่ม กับ Fountain of Paradise ที่เขียนเกี่ยวกับการใช้ Carbon Nano Tube มาประดิษฐ์เป็นลิฟท์อวกา ทำให้ผมสนใจนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อยมาและติดตามผลงานของ Arthur C. Clarke มาตลอดครับ

ผลงานที่ทำให้ผมได้รู้จัก Arthur C. Clarke
  • 2001 Space Odyssey
  • 2010 Odyssey Two
  • 2061 Odyssey Three
  • 3001 Final Odyssey
  • Fountain of Paradise
  • Rendezvous with Rama
  • Childhood's End
  • Light of Other Days
  • The Cradle
ขอไว้อาลัยแด่ Arthur C. Clarke ครับ

ที่มา:
http://www.msnbc.msn.com/id/23697230/
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000033362

Monday, March 10, 2008

ทำยังไง ถ้าต้องอดนอน

จะอดนอนยังไงไม่ให้เดี้ยงไปเสียก่อน??

บางทีเราก็เลี่ยงที่จะอดนอนไม่ได้ เพราะ ต้องรีบปั่นรายงานส่ง ต้องรีบทำงานให้เสร็จทันเวลา ต้องทำงานในช่วงเวลาที่เพิ่งจะอดนอนมาหยก ๆ

มีวิธีการอดนอนหลายวิธีด้วยกันครับ

ก่อนอื่น เรามาดูคำแนะนำของการนอนที่ดีกันก่อน

ไม่ควรใช้ยานอนหลับ หรือสารเคมีอย่างอื่นช่วยในการนอนหลับ
ถ้าไม่ง่วง ลงไปนอนแล้วไม่หลับ ก็อย่าฝืน ลุกขึ้นมาทำอย่างอื่นไปเลย ง่วงแล้วค่อยกลับมานอน ถ้าตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับก็ทำแบบเดียวกัน
ตื่น และนอนเป็นเวลา ถ้าทำได้
อย่าทำอะไรให้ตัวเองตื่นเต้นก่อนนอน เช่น หาเรื่องเครียด ดูหนังตื่นเต้น อย่าเอางานไปทำบนเตียง
งดเครื่องดื่มคาเฟอีน 6 ชั่วโมงก่อนนอน
การดื่มเหล้าอาจจะช่วยให้รู้สึกเคลิ้มในช่วงแรก แต่อาจมีปัญหานอนไม่หลับต่อมา
การออกไปโดนแสงแดด จะช่วยให้เราปรับเวลาการนอนได้ดีขึ้น

ถ้าจำเป็นต้องอดนอน มีเทคนิคการนอนที่เรียกว่า polyphasic sleep โดยการแบ่งการนอนออกเป็นช่วงสั้น ๆ ในหนึ่งวัน มีสองแบบที่เป็นที่รู้จักกันดี

Uberman's sleep แบ่งการนอนออกเป็นครั้งละ 20-25 นาที ทุก ๆ 4 ชั่วโมง เอาไว้ใช้เป็นท่าไม้ตาย เวลาจำเป็นต้องถ่างตาจริง ๆ
Core sleep มีการเพิ่มเวลา 2-3 ชั่วโมงจาก Uberman's sleep

อีกวิธีหนึ่งถ้าง่วงนอนมากจนทนไม่ไหว แนะนำให้ทำ caffeine nap หลักการคือ load caffeine เข้าไปก่อนที่จะสิ้นสติ พอดื่มเสร็จแล้วให้นอนทันที ห้ามเกิน 15 นาที (reboot สมอง) ปัญหาคือ ถ้านานกว่า 30 นาที อาจจะทำให้เฉื่อยลงได้

อ้างอิงจาก Cheat on the Need to Sleep

Friday, February 22, 2008

wifi-radar สำหรับคนใช้ wireless lan บน linux

หลังจากที่ทดลองใช้ KUbuntu 7.04 เป็นต้นมา ผมก็ลองใช้เจ้าตัว KNetworkmanager ที่ติดมาด้วยกันมาเรื่อย ๆ ครับ จนกระทั่ง ถึง 7.10

ปัญหาของเจ้าตัวนี้ก็คือว่า มันจำเป็นต้องใช้รหัสที่อยู่ใน KWallet มันก็เลยถาม password ทุกครั้งที่ทำการเชื่อมต่อเข้า secured network

ได้ไปเจอเครื่องมือตัวหนึ่งครับ ชื่อว่า wifi-radar ซึ่งทำหน้าที่คล้าย ๆ กับ KNetworkmanager แต่ว่ามีการ install ตัว daemon ลงไปใน directory /etc/init.d ด้วย ดังนั้นก็เลยสามารถทำการเชื่อมต่อ wireless network ได้ก่อนที่จะเข้าสู่กราฟฟิคโหมด นอกจากนี้โปรแกรมยังสามารถแยก config ของ network ของแต่ละที่เอาไว้ได้ด้วย ตามฉลากเขียนไว้ว่า โปรแกรมสามารถใช้ได้กับ wireless interface ที่ถูก configure ผ่าน iwconfig interface ได้ทั้งหมด

โปรแกรมถูกรวมเข้ามาใน repo ของ ubuntu อยู่แล้วครับ สามารถติดตั้งได้โดยคำสั่ง

sudo apt-get install wifi-radar

เวลาเรียกใช้งาน ต้องเป็น superuser เท่านั้น

sudo wifi-radar


ที่มา: Wifi-Radar

Friday, February 15, 2008

People's republic of Thailand virus

หลายเดือนก่อนเขียนถึง Flashy worm ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย แล้วก็ระบาดไปตามที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่า โปรแกรม AntiVirus ของต่างประเทศมันยังไม่รู้จัก โดยไวรัสมันใช้ช่องโหว่ของความสามารถในการ run ไฟล์ autorun.inf อัตโนมัติบน Windows

เมื่อสักสองสามเดือนก่อนก็เริ่มเจอ ไวรัสอีกตัวหนึ่ง ซึ่งก็คงจะเป็นไวรัสสายพันธุ์ไทยเช่นเดียวกัน และใช้ไฟล์ autorun.inf ในการแพร่กระจายเชื้อเช่นเดียวกัน โดยเจ้าตัวไวรัสเองมันเป็น visual basic script (.VBS) ปัญหาของไวรัสตัวนี้ทำให้หน้า Home page ของ Internet Explorer กลายเป็นปรากฏคำว่า People's Republic of Thailand แทน บางทีก็มีกระแสข่าวมาบ้างเหมือนกันว่าทำให้ flash drive ข้อมูลหายเกลี้ยงได้เหมือนกันครับ นอกจากนี้เจ้าไวรัสตัวนี้มันยังมีความสามารถในการซ่อนตัวหลายอย่างด้วยกัน ก็คือ
  • ขนาดไฟล์ (ตัวไวรัสเอง) เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่คงที่
  • ชื่อไฟล์เกิดจากการสุ่ม ซึ่งจะเปลียนไปเรื่อย ๆ
  • การลบไฟล์ออกจากระบบเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้ไวรัสหายไปเพราะว่ามันถูก load ขึ้น memory ทุกครั้งที่มีการเปิดเครื่องใหม่



วิธีการแก้ ในตอนนี้ก็มี post เอาไว้มากมายใน internet ลอง search หาใน google ด้วย keyword คำว่า People's Republic of Thailand ก็จะพบเต็มไปหมด

วิธีการแก้จะต้องทำใน Safe mode เพราะไวรัสตัวนี้มันจะถูก load ผ่าน registry ทุกครั้งที่มีการ boot Windows ครับ


  • Boot เข้า safe mode ด้วยการกด F8 ไปเรื่อย ๆ ตอนบูตเครื่อง เลือก safe mode
  • เข้าไปที่ folder \Windows\System32
  • หาชื่อไฟล์ที่นามสกุล .vbs ที่มีชื่ออ่านไม่ออก แบบในรูปข้างบน แล้วลบทิ้งให้หมด
  • ไปที่เมนู Start -> Run... -> พิมพ์ msconfig [enter]
  • เอาเครื่องหมายถูกออกจากหน้าไฟล์ที่นามสกุล .vbs ให้หมด
  • เข้า registry edit เพื่อแก้ให้หน้าจอ home page ของ Internet Explorer กลับเป็นปกติ ไปที่ Start -> Run -> regedit [enter]
  • ไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Main\
  • แก้ไขค่า Start Page ให้กลายเป็น about:blank

เท่านี้ก็เป็นเสร็จครับ ปัญหาก็คือ ในอนาคต เราอาจจะเจอกับ ไวรัสที่เป็น vbs ที่มากับ autorun ได้อีก

วิธีแก้ปัญหาก็มีหลายวิธีด้วยกัน
  • ทำให้ไฟล์ .vbs ถูกเปิดด้วย โปรแกรมอื่น (เช่น notepad) แทน script จะได้ไม่ถูก run โดยที่เราไม่รู้
  • โดยการไปที่ Explorer -> Tools -> Folder options
  • ไปที่ File association หา item ชื่อ vbs
  • กดเข้าไปเปลี่ยนชื่อโปรแกรมที่จะใช้ run ให้กลายเป็น notepad.exe
เท่านี้ทุกครั้งที่มีการ run ไฟล์ vbs ผ่านทาง autorun.inf ก็จะเป็นการเปิด ไฟล์ผ่าน notepad แทน
วิธีนี้จะทำให้เรา run ไฟล์ vbs script โดยการ double click ได้อีก เพราะมันจะไปเปิด notepad แทน

อีกวิธีคือการแก้ registry ปิด function autorun.inf
  • ไปที่ Start -> Run... -> regedit
  • ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE -> SYSTEM -> CurrentControlSet -> Services -> Cdrom
  • ตั้งค่าของ Autorun จาก 1 เป็น = 0

อีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้โปรแกรม ที่ลบไฟล์ autorun.inf ทุกครั้งที่ทำการเสียบ flash drive เข้าไป รวมไปถึง drive ชนิดอื่น ๆ ด้วย คือโปรแกรมนี้เลยครับ Autorun Eater

หรือถ้าหากไม่อยากปรับแต่งอะไรกับระบบเลย ก็ต้องระวังตัวกันเองครับ โดยการป้องกันการเปิดไฟล์ autorun ทุกครั้งที่จะเสียบ flash drive โดยการกด shift ค้างไว้ทุกครั้งระหว่างที่เสียบ flash drive และเวลาจะเปิด flash drive ทุกครั้งผ่านทาง My Computer ให้ใช้ click ขวา แล้วเลือก Explorer แทนการ double click แทนครับ

สำหรับการลบไวรัสใน flash drive ซึ่งทุกวันนี้ยังมีคนเอามาให้ลบอยู่ตลอด ง่ายที่สุดคือ ใช้ linux แล้วก็เข้า console ไปลบ *.vbs กับ autorun.inf โดยไม่ต้องกลัวติด เพราะไวรัสมันไม่รู้จัก linux และ linux ก้ไม่ใช้ autorun ครับ

Monday, December 03, 2007

แก้ไข ขนาดของ trayicon ของ pidgin

ผมใช้ Kubuntu 7.10 เมื่อวันก่อนได้ apt-get เจ้า Pidgin (Instant messenger ครอบจักรวาล: GAIM เดิม) มาลงในเครื่องครับ หลังจากเปิดโปรแกรมก็ใช้งานได้ปกติ

แต่ติดตรงที่เจ้า tray icon มันใหญ่กว่าปกตินี่สิ ทำให้ trayicon มันบานออกไปจนกินพื้นที่ชาวบ้านเขา

เปิด ดูในเนท พบว่า เป็นการสื่อสารผิดพลาดระหว่าง Pidgin เอง กับตัว Panel ทำให้รับรู้ค่าของ Panel ผิดพลาด ก็เลยใช้ขนาด tray icon ผิด

วิธีแก้เพื่อให้ได้ tray icon ที่กะทัดรัดกลับคืนมา มี 3 วิธีครับ

1. วิธีชั่วคราว ทำได้โดยไปที่เมนู Preferences ของ Pidgin -> Interface tab -> Show system tray icon เลือกเป็น Never 1 ครั้ง แล้วก็เลือกกลับเป็น Always

วิธีนี้แก้ได้ใน session นั้น ๆ พอปิดโปรแกรม แล้วเปิดใหม่ก็เป็นอีก

2. แก้แบบถาวร มีคนทำ patch เอาไว้ให้ compile ใช้เองได้เลย

http://www.nabble.com/Pidgin-+-ICEWM-%3D-Clipped-Tray-Icon--t4427276.html

ผมงง แถมเป็นของ version 2.1.1 ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า

3.แก้แบบถาวร ใช้วิธีโกง

เอา trayicon ขนาดที่ต้องการใช้งาน (16x16 pixels) ไปแทนที่อันที่โปรแกรมมันชอบเรียกขึ้นมาใช้ผิด (48x48)

สำหรับ ที่อยู่ของ trayicon ของ Pidgin อยู่ที่ /usr/share/pixmaps/pidgin/tray ครับ จะมีแยก directory ตามขนาดไว้ให้เสร็จสรรพ (เสร็จเรา)

สรุปง่าย ๆ

cd /usr/share/pixmaps/pidgin/tray
sudo mv 48 48.bk
sudo cp -R 16 48

แล้วก็ลอง restart โปรแกรมใหม่ดูครับ

Sunday, October 21, 2007

Ubuntu 7.10 : Gutsy Gibbon

ได้ยินชื่อเสียงมาตั้งแต่ก่อนออกตัวจริง ว่างานนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายครับ โดนเฉพาะการผนวกเอา Compiz เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ distribution ไปแล้ว

ผมใช้ Kubuntu และได้ทำการ upgrade ต่อมาจาก Feisty Fawn ผ่านทาง interenet ครับ ทำเสร็จในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยสามารถทำงานอย่างอื่นไปด้วยได้ เวลา upgrade ครับ

สำหรับความเปลี่ยนแปลงใน Kubuntu ที่เห็นได้ชัดที่สุดมาแต่ไกล ก็คือการใช้ Dolphin เป็น file manager แทน konqueror แต่ถ้าเทียบความครบเครื่อง Dolphin ยังเป็นรอง Konqueror อยู่มากครับ อุตส่าห์หนีจาก GNOME มาใช้ KDE แล้วคงไม่ได้ต้องการความเรียบง่ายสักเท่าไหร่

วิธีการเปลี่ยนให้ konqueror กลับมาจัดการไฟล์ของเราเหมือนเดิมก็สามารถทำได้โดย

run kcontrol
ไปที่ KDE components
เลือก inode -> directory
เลือก konqueror แล้วกด Move Up...

ก็จะได้ konqueror กลับมาเป็น file manager ของเราเหมือนเดิมครับ

Sunday, September 23, 2007

MySQL 5.0 ภาษาไทย

MySQL 5.0 ภาษาไทย

หลังจากที่ลง Kubuntu 7.04 ที่มีเฉพาะ MySQL 5.0 อยู่ใน repositories เท่านั้นก็เลยคิดว่าจะลองหาวิธีที่จะทำให้ใช้ภาษาไทยได้ดูครับ

ได้ไปเจอคำอธิบายที่ web ของ AppServ ครับ

ขออนุญาตคัดลอกบางส่วนมาครับ

การใช้ PHP เพื่อทำการ select, insert หรือ update ข้อมูลสามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง

mysql_query("SET NAMES tis620");
หรือ mysql_db_query(,"SET NAMES tis620");

หลังจากทำการ connect กับ MySQL database เรียบร้อยแล้ว

ถ้าหากว่ายังไม่สามารถทำให้เป็นภาษาไทยได้

ลองเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงไปในไฟล์ /etc/mysql/my.cnf

ใต้ [client] section

default-character-set = tis620

ใต้ [mysqld] section

default-character-set = tis620
character-set-server = tis620
collation-server = tis620_thai_ci
init_connect = 'SET collation_connection = tis620_thai_ci'
init_connect = 'SET NAMES tis620'

แล้วลอง restart MySQL server ดูครับ

Sunday, September 16, 2007

ใช้ Windows Mobile Phone เป็น GPRS Bluetooth modem

ใช้ Windows Mobile Phone เป็น GPRS Bluetooth modem

ผมใช้ library ของ bluez ทดสอบบน Kubuntu 7.04 และ 6.06 คิดว่า ubuntu และ linux distribution อื่น ๆ น่าจะใช้ได้เช่นเดียวกันครับ

1. ก่อนอื่นทำการเปิด bluetooth ของ Windows Mobile และกำหนดให้เป็น Discoverable

2. เปิด Internet Sharing ของตัว Windows Mobile ก่อน และกด Connect

3. หลังจากนั้นเปิด command prompt ของ Kubuntu ขึ้นมา

4. search หาอุปกรณ์ bluetooth ด้วยคำสั่ง

hcitool scan

ทำการจดหมายเลข address ของตัว Windows Mobile bluetooth เอาไว้

5. เพิ่มบรรทัดดังต่อไปนี้เข้าไปในไฟล์ /etc/network/interfaces โดยใช้คำสั้ง
sudo nano /etc/network/interfaces

#---
auto bnep0
iface bnep0 inet dhcp
#---

6. ทำการเชื่อมต่อโดยใช้คำสั่ง
sudo modprobe bnep
sudo pand --connect


ในการเชื่อมต่อครั้งแรก โปรแกรมจะทำการถาม Passcode เพื่อทำการ pair อุปกรณ์เข้าด้วยกัน

หลังจากนั้นการเชื่อมต่อครั้งต่อ ๆ มาก็เพียงแค่ ทำขั้นตอนที่ 6 เท่านั้นครับ

Sunday, April 08, 2007

Network Manager

วันนี้ได้ลอง Network Manager ตัวใหม่ที่ได้ข่าวว่าจะมากับ Feisty Fawn ครับ

จากเดิมผมใช้ KNemo บน Kubuntu 6.06 มีปัญหาเรื่องการเขื่อมต่อกับ WiFi ที่ต้องอาศัยโปรแกรม Wireless Assisant ทำการ connect ทุกครั้งที่ login

เริ่มกันด้วยคำสั่ง

sudo apt-get install knetworkmanager

หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปที่ KDE menu -> Internet -> KNetworkManager

จะปรากฏไอคอนบน tray bar ให้เราทำการเลือกเชื่อมต่อได้เลยครับ

และในครั้งต่อ ๆ ไป โปรแกรมจะทำการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังสามารถกำหนด WEP ได้ แต่ WPA ยังตั้งอาศัยการคอมไพล์โปรแกรมเพิ่มเติมอยู่ครับ

สำหรับ GNOME ก็สามารถใช้ Network Manager ได้เช่นเดียวกัน โดยการใช้คำสั่ง

sudo apt-get install network-manager-gnome

เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยครับ

Thursday, April 05, 2007

Ubuntu Linux ในกระเป๋ากางเกง

หลังจากที่ทนแบกโน้ตบุค ไป ๆ มา ๆ ทุกวัน ด้วยเหตุผลที่ว่า หาเครื่องที่ทำงานที่ใช้ Linux ไม่ได้เลย คอมพิวเตอร์ที่ทำงานก็เต็มไปด้วยไวรัส และหนอนต่าง ๆ มากมายที่ซ่อนอยู่บน Windows XP พอจะไปใช้เครื่อง ก็ไม่กล้าควัก USB handy drive ออกมาใช้อีกเพราะกลัวว่าจะเป็นพาหะ ไปติดเครื่องชาวบ้าน (เครื่องตัวเองไม่กลัว เพราะว่าเป็น Linux) ก็ไปเจอเอาวิธีการเอา Linux ใส่ USB handy drive เอาไว้เวลาไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถบูตระบบผ่านทาง USB-HDD ได้ เพื่อทำการบูตเข้าสู่ Linux เข้าสู่สภาวะแวดล้อมที่เราคุ้นเคย รวมทั้งยังสามารถสร้าง home directory สำหรับ user และติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อใช้งานในครั้งต่อ ๆ ไปได้อีกด้วยครับ

ที่จริงแล้วเราสามารถติดตั้ง Linux Bootable บน USB handy drive ได้จากหลาย distro ด้วยกัน ในที่นี้ผมจะใช้ Linux Ubuntu Edgy Eft ครับ

หา hardware
เริ่มต้นด้วยการหา hardware ที่จะใช้ก็คือ USB handy drive นี่ล่ะครับ เอาความจะอย่างน้อย 1 GB สำหรับใส่ข้อมูลที่ได้รับการแปลงจาก Live CD ก็ประมาณ 750 MB และเหลือพื้นที่สำหรับลงโปรแกรมเพิ่มเติม และเก็บไฟล์ต่าง ๆ ครับ

ของผมใช้ Apacer USB Flash drive ขนาด 2 GB ครับ

มาเริ่มทำกัน ในที่นี้ผมทำการติดตั้งผ่านทาง Kubuntu 6.06 LTS ครับ


    ดาวน์โหลดไฟล์ Edgy Eft LiveCD ที่ได้รับการดัดแปลงให้ใช้กับ USB handy drive




    เสียบ USB handy drive เข้ากับเครื่อง

    ทำการหา mount point จาก partition table โดยใช้คำสั่ง fdisk -l

    สมมติว่าได้ partition ของ USB handy drive เป็น /dev/sda1 ก็ทำการ fdisk ใหม่โดยใช้คำสั่ง fdisk /dev/sda

    พิมพ์ p เพื่อหา partition ที่อยู่บน USB handy drive และ พิมพ์ d เพื่อทำการลบ partition ที่มีอยู่บน handy drive จนหมด

    พิมพ์ n เพื่อสร้าง partition ใหม่

    พิมพ์ p กำหนดให้เป็น primary partition

    พิมพ์ 1 เพื่อให้เป็น partition แรก

    ใส่ขนาดของ partition ที่จะทำการสร้างเพื่อเก็บไฟล์จาก LiveCD เป็น +700M

    พิมพ์ a เพื่อกำหนดให้เป็น active partition

    พิมพ์ 1 เพื่อเลือก partition ที่สร้างขึ้นใหม่

    พิมพ์ t เพื่อกำหนดชนิดของ partition

    พิมพ์ 6 เพื่อกำหนดชนิดของ partition เป็น vfat16




สร้าง partition ที่สอง สำหรับเก็บ customized files ต่าง ๆ

    พิมพ์ n เพื่อสร้าง partition ใหม่

    พิมพ์ p เพื่อกำหนดให้เป็น primary partition

    พิมพ์ 2 กำหนดให้เป็น partition ที่สอง

    กด enter หนึ่งครั้ง (ใช้ default cyulnder)

    กด enter อีกหนึ่งครั้ง เพื่อกำหนดขนาดเต็มที่ของพิ้นที่ drive ที่เหลืออยู่

    พิมพ์ w เพื่อเขียนตาราง partition ที่ได้แก้ไขลงบน drive




ทำการ format ตาราง partition ทั้ง 2 ตารางที่ได้สร้างขึ้น

    Format partition แรกด้วยคำสั่ง mkfs.vfat -F 16 -n USB /dev/sda1

    Format partition ที่สองด้วยคำสั่ง mkfs.ext3 -b 4096 -L casper-rw /dev/sda2

    ทำการถอด USB handy drive ออก แล้วเสียบเข้าไปใหม่ เพื่อให้ระบบรับทราบถึงตาราง partition อันใหม่




ทำการติดตั้ง system ลงบน USB handy drive

    ทำการ mount partition /dev/sda1 โดยทำผ่าน Desktop หรือ command ulne โดยกำหนด mount point เอาไว้ก่อน เช่นในที่นี้ผมใช้คำสั่ง mount /dev/sda1 /media/sda1

    แตกไฟล์ USBEdgy.zip ที่ได้ดาวน์โหลดมาในตอนแรก โดยใช้คำสั่ง unzip USBEdgy.zip /media/sda1/

    ทำการติดตั้ง system โดยต้องติดตั้ง package sysulnux กับ mtools ลงไปบน Kubuntu ก่อนโดยใช้คำสั่ง sudo apt-get install sysulnux mtools

    ทำการติดตั้ง system ลงบน USB handy drive โดยใช้คำสั่ง sysulnux -sf /dev/sda1




    หลังจากนั้นเราก็สามารถบูต Edgy จาก USB handy drive ได้แล้วครับ อย่างลืมไปตั้ง BIOS ให้ทำการบูตให้ทำการบูตจาก USB-HDD ก่อนนะครับ

    เมื่อทำการบูตระบบแล้วเราสามารถเลือกที่จะบูตเป็นแบบ Live CD หรือ customized version ได้ครับ โดย customized version ระบบจะคงค่าต่าง ๆ รวมทั้ง package ที่เราทำการติดตั้งลงภายหลังได้อีกด้วยครับ



ที่มา Pendrivelinux.com: USB Ubuntu Edgy install tutorial for Linux users

Saturday, February 24, 2007

Windows Virus บน Linux!

ไม่รู้จะตกใจหรือดีใจดี

Virus ที่เป็น worm ทั้งหลายที่ทำงานอยู่บน Windows สามารถลามมาที่ Linux ได้ ผ่าน WinE!!

ตกลงว่า WinE ทำงานดีมากจนกระทั่งเจ้า worm ยังไม่รู้ตัวเลยว่ามันไม่ได้อยู่บน Windows นะน่ะ

ตอนนี้ต้องระวังดี ๆ เรื่องการ map drive บน WinE นะครับ จะได้ไม่ถูก worm ลามไปทั่วทั้ง partition ซะก่อนครับ โดยใช้คำสั่ง winecfg ครับ

What would happen when you ran Windows virus on Wine?

Tuesday, February 06, 2007

รันโปรแกรมเมื่อ startup

ถ้าหากเราต้องการเปิดโปรแกรมทุกครั้งที่มีการบูตเครื่องเข้าสู่ linux สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันครับ เริ่มตั้งแต่

  • ทำการแทรกคำสั่งที่ต้องการลงในไฟล์ /etc/init.d/rc.local
  • ทำโดยผ่านคำสั่ง update-rc.d ซึ่งสามารถกำหนด runlevel ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
    • สร้างไฟล์ script ที่ต้องการบน directory /etc/init.d/
    • ทำการกำหนดให้รันเมื่อเข้าสู่ runlevel ที่กำหนด
      • update-rc.d -f (script) start <ลำดับที่> (runlevel) .
      • อย่าลืมลงท้ายด้วย จุด (.)
เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

Tuesday, January 02, 2007

4 Reasons to dump Linux

1. Linux is boring ไม่ตื่นเต้น เพราะไม่ติดไวรัสและหนอน
2. Linux is pain to setup เคาะแป้นไม่กี่ที แล้วก็ใส่ password
3. Linux is expensive ใช้เวลา setup มากมาย สุดท้ายไปใช้ Windows ดีกว่า แค่กิน spec มากกว่ากันไม่กี่เท่าตัวเอง
4. Linux doesn't have enough apps มีแค่ Open office, FireFox Thunderbird แถมมาด้วย แต่ Windows ต้องซื้อแยกต่างหาก มีแต่ IE กับ Outlook Express แถมมาให้

4 Reasons to dump linux

Sunday, December 31, 2006

Why Linux is better

ทำไม Linux ถึงดีกว่า?

นับข้อเสียของ Windows ได้กี่ข้อ ก็เท่านั้นล่ะครับ

Why linux is better